About this Short Film
BLIND, directed by Sutham Jeerasilp (Thailand, 2026), profiles OUS, a young composer and arranger who has lived with a visual impairment since birth. Speaking directly about songwriting, competitions and making music for other artists, he offers a candid, grounded account of building a creative life, supporting family and nurturing ambitions for the next generation. The film’s tone is intimate and matter-of-fact, focusing on daily practice, professional choices and the social realities of working as a musician with a sensory disability rather than pity or spectacle. Audiences interested in young-adult stories, music-making and disability inclusion will find practical insight and honest perspective; a fitting addition to Focus on Ability’s programme.
Film Details
Film Transcript
ผมมีปัญหาทางสายตามาตั้งแต่เกิด แต่ตอนเกิดผมรู้สึกว่าเรื่องสายตามันไม่ได้เป็นปัญหา เพราะฉะนั้นเรายังต้องมีสิ่งที่ต้องหากิน ต้องพยายามใช้ชีวิตให้เหมือนคนทั่วไปปกติ
ผมได้เห็นศิลปินทั่วไปที่เขาปล่อยเพลงกัน ผมเลยรู้สึกว่า เฮ้ย ทำไมเราถึงจะแต่งไม่ได้วะ ทำไมเราถึงจะทำแบบนั้นบ้างไม่ได้ ก็เลยลองนั่งแต่งมั่วๆ กับตัวเองตั้งแต่ประมาณสิบขวบ เขียนเพลงแรกของตัวเอง แต่งแล้วก็จำไว้ในหัว เอาไปร้อง เล่นกับเพื่อนไปนั่งเล่นกีตาร์อะไรแบบนี้บ้างครับ
และฉันจะปล่อยเธอไปตามทาง คืนให้เธอไปอยู่ตรงนั้น
จุดเปลี่ยนน่าจะเป็นตอนช่วง The Rap ที่ลองไปประกวดดู หลังจากนั้นมันก็เหมือนบังคับให้ต้องเป็นศิลปินโดยปริยาย พยายามเก็บเงินทำเพลงมาโดยตลอด ก็จะมีทั้งเพลงของผมเองที่อยู่ในช่อง WRP Record เพื่อนๆ น่าจะได้ฟังกันเยอะที่สุด น่าจะเป็นเพลง 8 ข้อ อย่าง "เธอมันเป็นคนไทยร้ายข้อสใจของเธอมันบางยิง" ก็ไปไห กลับจะทิ้งเธอก็ทิ้งครับ จะทิ้งเธอก็ทิ้ง ต้องดึง
ก็มีเพลงที่ผมเขียนให้กับศิลปิน เช่นกับ Time ที่มีเพลง "Hit Me Up" พูดเหมือนจำเดิม เปิดใจไม่เปิดตัว แล้วล่าสุดก็มีของพี่ Ali Black Cobra ชื่อเพลงว่า "มือเปล่า" ครับ มีอีกเยอะมากมาย ลองไปหาฟังกันได้ครับผม
ผมรู้สึกว่ามันอยู่ในพาร์ทที่เราสามารถดูแลตัวเองได้ เราสามารถซัพพอร์ตที่บ้านได้ ซัพพอร์ตทีมงานที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมากับเราได้
อยากให้กำลังใจเพื่อนๆ ที่อาจจะสายตาไม่ดีเหมือนผมหรืออาจจะยังไม่กล้าที่จะออกมา ทำความฝันตัวเอง ทุกคนต้องมีความศรัทธา ต้องเชื่อในสิ่งที่ตัวเองอยากได้ เราต้องเชื่อมันมากพอว่าเราคู่ควรกับมันแล้วก็เราก็ต้องพยายามให้มัน พอล้มบ้าง ลุกบ้าง ร้องไห้บ้าง เสียใจบ้าง อิ่มบ้างไม่อิ่มบ้าง แต่สุดท้ายนั่นแหละ นั่นแหละคือรอยแผลที่สวยงาม เพราะว่าเกิดเป็นนักรบ มันต้องมีบาดแผล
การดูแลตัวเองได้มันอาจจะเป็นความฝันหนึ่ง แต่ว่าถ้าเราสามารถดูแลคนข้างหลังเราได้ ดูแลคนที่เรารักได้ แล้วแบบผมอยากส่งน้องให้เรียนจบแบบปริญญา ได้ทำในสิ่งที่ตัวเองอยากทำ นั่นแหละจะเป็นแรงฮึดที่มันจะทำให้เพื่อนๆ กล้าที่จะลุยไปกับมัน กล้าที่จะสู้ไปกับมัน
ได้เวลา—those who came from—มันแปลว่านี่คือคนที่มาจากการที่ไม่มีอะไรเลย แล้วทุกวันนี้ผมแค่อยากบอกว่าผมทำมันได้แล้วครับ
far came to far, far from the bottom to the top of hills
หวังว่าในสักคนนึงจะได้ยินกู คนหนึ่งคน ที่เคยฝันอยากเป็นศิลปิน กูคนเดิม คนที่เคยฝันอยากเป็นศิลปิน
แต่ว่าในอันที่จริงมันไม่เคยจะโรยกลีบกุหลาบ กว่าจะมีทุกวันนี้ กูก็เคยเป็นคนที่โคตรลำบาก สายตากูไม่ดี เขาเลยมองว่ากูเป็นตัวประหลาด เงินในบัญชีมากที่สุดเคยมีแค่สิบกว่าบาท
โตขึ้นมาอยู่ในโรงเรียนประจำ มันได้สอนให้กูเข้าใจในสิ่งที่กูนั้นควรจะเป็น
Filmmaker
Sutham Jeerasilp is the filmmaker behind this entry. See every Focus on Ability entry from Sutham Jeerasilp.